

อีซูซุจัดกิจกรรมยอดรถประหยัดน้ำมันท้าวิกฤตราคาน้ำมันแพงกับ คาราวานท่องเที่ยวพิเศษ อีซูซุ ซูเปอร์คอมมอนเรล กรุงเทพฯ - ปีนัง 1,215 กม. น้ำมันถังเดียว...ก็เที่ยวได้ ที่นำเสนอรูปแบบการเดินทางท่องเที่ยวข้ามประเทศแบบประหยัดน้ำมัน บนเส้นทางกรุงเทพฯ - ปีนัง ประเทศมาเลเซีย ระยะทาง 1,215 กม. ด้วยรถอีซูซุ ดีแมคซ์ และอีซูซุมิว-เซเว่น โกลด์ซีรี่ส์ ซูเปอร์คอมมอนเรล มาตรฐานโรงงาน 8 รุ่น 8 คัน ด้วยน้ำมันไม่ถึง 1 ถัง และไฟเตือนน้ำมันใกล้หมดไม่ปรากฎให้เห็นแม้สักคันเดียว!!!
บริษัท ตรีเพชรอีซูซุเซลส์ จำกัด ร่วมกับการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย จัดกิจกรรม คาราวานท่องเที่ยวพิเศษ อีซูซุ ซูเปอร์คอมมอนเรล กรุงเทพฯ ปีนัง 1,215 กม. น้ำมันถังเดียว...ก็เที่ยวได้ เพื่อรณรงค์การขับรถแบบประหยัดน้ำมัน โดยผู้ใช้รถอีซูซุตัวจริง 8 คน ขับรถอีซูซุดีแมคซ์ และอีซูซุ มิว-เซเว่น โกลด์ซีรี่ส์ ซูเปอร์คอมมอนเรล มาตรฐานโรงงาน 8 รุ่น 8 คัน ที่มีสมรรถนะด้านความประหยัดน้ำมันเป็นเยี่ยม บนเส้นทางข้ามประเทศจากกรุงเทพฯ สู่รัฐปีนัง ประเทศมาเลเซีย ระยะทางรวม 1,215 กม. ระหว่างวันที่ 17-20 กรกฎาคมที่ผ่านมา โดยใช้น้ำมันไม่ถึงหนึ่งถัง ภายใต้เงื่อนไขวิ่งด้วยความเร็วเฉลี่ย 70-90 กม./ชม. เปิดแอร์เบอร์ 2 ตลอดเส้นทาง วิ่งไปตามถนนในสภาพการจราจรจริง อีกทั้งยังมีการกำหนดจุดพักระหว่างทางเป็นระยะๆ ทั้งเพื่อรับประทานอาหาร เข้าห้องน้ำ หรือผ่อนคลายอิริยาบถจากการขับรถทางไกล โดยมีคณะอาจารย์จากคณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้า พระนครเหนือ และสื่อมวลชนร่วมเป็นสักขีพยานตลอดการเดินทาง


พิธีตีธงปล่อยขบวน คาราวานท่องเที่ยวพิเศษ อีซูซุ ซูเปอร์คอมมอนเรล กรุงเทพฯ - ปีนัง น้ำมันถังเดียว...ก็เที่ยวได้ จัดขึ้นที่บริษัท ตรีเพชรอีซูซุเซลส์ จำกัด ถ.วิภาวดีรังสิต ในเช้าวันที่ 17 กรกฎาคมที่ผ่านมา โดยได้รับเกียรติจากคุณชัยสงค์ ชูฤทธิ์ ผู้อำนวยการภูมิภาคภาคกลาง การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย มร. เอส. วากะบายาชิ รองกรรมการผู้จัดการ บริษัท ตรีเพชรอีซูซุเซลส์ จำกัด คุณปนัดดา เจณณวาสิน รองกรรมการผู้จัดการ บริษัท ตรีเพชรอีซูซุเซลส์ จำกัด และ มร. เค. ทาเคดะ กรรมการผู้จัดการ บริษัท อีซูซุฟิลิปปินส์ คอร์ปอเรชั่น ร่วมเป็นประธานในพิธีตีธงปล่อยขบวนคาราวาน
คาราวานท่องเที่ยวพิเศษ อีซูซุ ซูเปอร์คอมมอนเรล กรุงเทพฯ - ปีนัง น้ำมันถังเดียว...ก็เที่ยวได้ แบ่งการเดินทางจากกรุงเทพฯ ถึงรัฐปีนัง ประเทศมาเลเซีย ออกเป็น 2 ช่วง ได้แก่ ช่วงที่ 1 จากกรุงเทพฯ ถึง จ.สุราษฎร์ธานี ระยะทาง 652 กม. และช่วงที่ 2 จาก จ.สุราษฎร์ธานี ถึงเมืองปีนัง ประเทศมาเลเซีย ระยะทาง 563 กม.


ช่วงที่ 1 กรุงเทพฯ ถึง จ.สุราษฎร์ธานี ระยะทาง 652 กม.
หลังจากพิธีตีธงปล่อยขบวนคาราวานฯ สิ้นสุดลง ทั้งขบวนคาราวานฯ พร้อมคณะกรรมการ และผู้แทนสื่อมวลชนจึงออกเดินทางสู่ จ.ประจวบคีรีขันธ์ เพื่อแวะรับประทานอาหารกลางวัน จากนั้นจึงออกเดินทางต่อสู่โรงแรมไดมอนด์พลาซ่า จ.สุราษฎร์ธานี ซึ่งถือเป็นจุดสิ้นสุดการเดินทางในวันแรก คณะกรรมการและสื่อมวลชนซึ่งร่วมเป็นคณะกรรมการกิติมศักดิ์ได้ทำการตรวจสอบมาตรวัดปริมาณน้ำมันคงเหลือในถัง พบว่าน้ำมันที่เติมมาเต็มถังตั้งแต่เช้านั้น เหลือมากกว่าครึ่งถังทุกคัน จากนั้นรถทุกคันได้รับการปิดสติ๊กเกอร์พิเศษที่มีลายเซ็นของคณะกรรมการอีกครั้งเพื่อยืนยันว่า จะไม่มีผู้ใดมาเปิดประตูหรือหน้าต่างตลอดจนฝากระโปรงและฝาถังน้ำมันรถดังกล่าวอีกจนกว่าเช้าวันรุ่งขึ้น รวมทั้งมีการติดตั้งกล้องวงจรปิดเพื่อดูแลความปลอดภัยของรถที่ร่วมขบวนตลอดทั้งคืน


ช่วงที่ 2 จาก จ.สุราษฎร์ธานี สู่รัฐปีนัง ประเทศมาเลเซีย ระยะทาง 563 กม.
ขบวนคาราวานออกเดินทางจากโรงแรมไดมอนด์พลาซ่าด้วยความมั่นใจเต็มเปี่ยมมากขึ้นกว่าวันแรก เพราะเหลือระยะทางอีกเพียง 563 กม. เท่านั้น การเดินทางในวันนี้ใช้เส้นทางหลวงหมายเลข 44 หรือLand Bridge ตามคำแนะนำของการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย เพราะเป็นถนนสายใหม่ที่มีพื้นถนนดีเยี่ยม เต็มไปด้วยต้นไม้เขียวครึ้มทั้ง 2 ข้างทาง มุ่งหน้าสู่ อ.ทุ่งสง จ.นครศรีธรรมราช เพื่อรับประทานอาหาร จากนั้นทั้งนักขับ และสักขีพยานได้มุ่งหน้าสู่ด่านสะเดาที่มีการจราจรหนาแน่นจนถึงขั้นติดขัด เนื่องจากเป็นวันศุกร์จึงมีรถเดินทางเข้า-ออกด่านเป็นจำนวนมาก เมื่อผ่านพิธีการผ่านแดนเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ขบวนคาราวานได้แวะรับประทานอาหารอีกครั้งในมาเลเซีย ก่อนมุ่งหน้าสู่เมือง George Town เมืองหลวงของรัฐปีนัง และสิ้นสุดการเดินทาง ณ บริเวณหน้าอาคารเทศบาลเมืองปีนัง โดยรถอีซูซุดีแมคซ์ และอีซูซุ มิว-เซเว่น โกลด์ซีรี่ส์ ซูเปอร์คอมมอนเรลทุกรุ่น ทุกคัน สามารถถึงจุดหมายปลายทางด้วยน้ำมัน 1 ถังยังเหลือ อีกทั้งไฟเตือนน้ำมันใกล้หมดยังไม่ปรากฏอีกด้วย


ผมพอใจกับผลสำเร็จของคาราวานครั้งนี้มากครับ และขอแสดงความยินดีกับผู้ขับทั้ง 8 ท่านที่สามารถขับรถอีซูซุดีแมคซ์ และรถอีซูซุ มิว-เซเว่น โกลด์ซีรี่ส์ ซูเปอร์คอมมอนเรลทั้ง 8 คันมาจนถึงปีนัง โดยที่ทุกคันยังมีน้ำมันเหลือ ทำให้เรายิ่งมั่นใจในคุณสมบัติอันโดดเด่นของรถอีซูซุในด้านความประหยัดน้ำมัน และเมื่อผสานกับเทคนิคการขับรถแบบประหยัดน้ำมันที่ผู้ใช้รถสามารถนำไปปรับใช้เพื่อให้สามารถขับแบบประหยัดน้ำมันได้เองในชีวิตประจำวันแล้ว อีซูซุจึงเชื่อมั่นว่าเราจะเป็นส่วนหนึ่งที่ช่วยให้ชาวไทยฝ่าวิกฤตน้ำมันแพงนี้ไปได้อย่างมีประสิทธิภาพ มร. วากะบายาชิ รองกรรมการผู้จัดการ บริษัท ตรีเพชรอีซูซุเซลส์ จำกัด กล่าวด้วยความชื่นชมกับความสำเร็จที่เกิดจากการผสานกันอย่างลงตัวระหว่างผู้ขับและอีซูซุรถยอดประหยัดน้ำมัน ณ หน้าอาคารเทศบาลเมืองปีนัง
จากการติดตามขบวนคาราวานอย่างใกล้ชิด ทำให้เห็นอุปสรรคที่เกิดขึ้นระหว่างเส้นทางที่เป็นไปตามสภาพการจราจรจริง ทั้งตัวอำเภอและจังหวัดที่มีรถพลุกพล่านและสัญญาณไฟแดงเรียงรายทุกหัวถนน อีกทั้งถนนหลายช่วงอยู่ระหว่างการปรับปรุงพื้นถนน ทำให้ต้องรอใช้ทางเบี่ยง การจราจรที่ติดขัดกลายเป็นเรื่องธรรมดาของการเดินทางครั้งนี้ แม้กระทั่งบนเกาะปีนัง เพราะด้วยความเป็นเมืองเก่าแก่ที่ยังรักษากลิ่นอายสมัยเป็นอาณานิคมของอังกฤษทำให้ถนนค่อนข้างแคบ ผนวกกับปริมาณรถมาก ทำให้การจราจรติดขัดถึงขั้นจอดสนิทเป็นบางช่วง รวมทั้งฟ้าฝนที่ตกลงมาเป็นระยะๆ

สำหรับกิจกรรม คาราวานท่องเที่ยวพิเศษ อีซูซุ ซูเปอร์คอมมอนเรล กรุงเทพฯ - ปีนัง น้ำมันถังเดียว...ก็เที่ยวได้ นั้น ไม่เพียงแต่นักขับชาวไทยทั้ง 8 คนที่สามารถขับรถอีซูซุ ซูเปอร์คอมมอนเรลด้วยน้ำมันถังเดียวถึงปีนังได้สำเร็จเท่านั้น เพราะการเดินทางครั้งนี้ยังมีชาวฟิลิปปินส์มาร่วมขับรถอีซูซุ ซูเปอร์คอมมอนเรลอีก 2 คัน ภายใต้ข้อกำหนดเดียวกัน นอกจากจะไม่ชินกับเส้นทางของประเทศไทยแล้ว ยังเป็นการขับรถพวงมาลัยขวาเป็นครั้งแรกอีกด้วย ซึ่งรถทั้ง 2 คันที่ขับโดยชาวฟิลิปปินส์ทำสถิติการขับประหยัดน้ำมันได้ดีไม่ยิ่งหย่อนกว่าคนไทย เป็นการพิสูจน์ให้เห็นว่าหากการผสานเทคนิคการขับเข้ากับรถยอดประหยัดน้ำมันแล้ว ทุกคนจะสามารถขับรถให้ประหยัดน้ำมันได้ ซึ่งคุณปนัดดา เจณณวาสิน รองกรรมการผู้จัดการ บริษัท ตรีเพชรอีซูซุเซลส์ จำกัดได้เล่าถึงที่มาของการเข้าร่วมกิจกรรมครั้งนี้ของบริษัท อีซูซุฟิลิปปินส์ คอร์ปอเรชั่น ว่า อีซูซุฟิลิปปินส์ คอร์ปอเรชั่น ซึ่งเป็นหนึ่งในผู้เข้าร่วมหลักสูตร Tri Petch Marketing School ของเราได้ประยุกต์กิจกรรมการแข่งรถประหยัดอัจฉริยะกับอีซูซุ ซึ่งริเริ่มจัดโดยบริษัท ตรีเพชรอีซูซุเซลส์ จำกัด เมื่อปี พ.ศ. 2541 ไปใช้ที่ประเทศฟิลิปปินส์โดยใช้ชื่อว่า Isuzu Challenge มานานหลายปีดังนั้นเมื่อทราบว่าอีซูซุในประเทศไทยจะมีการจัดกิจกรรมรณรงค์ประหยัดน้ำมันในรูปแบบคาราวานท่องเที่ยว จึงขอเข้าร่วมด้วย อีกทั้งยังนำผู้สื่อข่าวจากประเทศฟิลิปปินส์มาร่วมสังเกตการณ์ตลอดเส้นทางอีกด้วย ซึ่งประสบการณ์ที่เขาได้สัมผัสด้วยตนเองนั้น ได้ช่วยตอกย้ำภาพลักษณ์ด้านความแข็งแกร่งทนทาน และความประหยัดน้ำมันของรถ อีซูซุ ดีแมคซ์ ที่ผลิตจากฐานการผลิตในประเทศไทยได้เป็นอย่างดี
ทางด้านผู้ขับซึ่งถือว่าเป็นผู้นำในการรณรงค์เรื่องการนำวิธีขับรถประหยัดน้ำมันมาใช้ในการเดินทางครั้งนี้ ทุกคนมีความเชื่อมั่นในความประหยัดน้ำมันของเครื่องยนต์ดีเซล ซูเปอร์คอมมอนเรลของอีซูซุเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว เพราะเป็นผู้ใช้รถอีซูซุตัวจริง ทั้งใช้ส่วนตัว และใช้ในธุรกิจ และนี่คือความคิดเห็นจาก 8 ผู้ขับเส้นทาง กรุงเทพฯ - ปีนัง 1,215 กม. ที่ทำให้ น้ำมันถังเดียว...ก็เที่ยวได้

คุณวิทยา ศรีพงษ์พิจิตร
รถอีซูซุ มิว-เซเว่น พรีโม 3000 ดีดีไอ วีจีเอส เทอร์โบ เกียร์ออโตเมติก
ปกติผมขับรถอีซูซุดีแมคซ์ 4 ประตู รุ่นขับเคลื่อน 4 ล้อ โดยเส้นทางประจำจะเป็นกรุงเทพฯไปทำงานที่ จ.กระบี่ ตอนนี้น้ำมันราคาแพงมากขึ้น ผมจึงใช้วิธีการขับรถแบบประหยัดน้ำมันอยู่เสมอ โดยการรักษารอบเครื่องยนต์ ไม่ขับรถเร็วจนเกินไป ถึงแม้จะใช้เวลาไปถึงจุดหมายนานขึ้น แต่รู้เลยว่าช่วยให้ประหยัดน้ำมันขึ้น ช่วยประหยัดทั้งเงินในกระเป๋าผม และช่วยชาติด้วย

คุณประพจน์ ง้วนจินดา
รถอีซูซุดีแมคซ์ แค็บโฟร์ แอลเอส 3000 ดีดีไอ วีจีเอส เทอร์โบ เกียร์ธรรมดา
การขับรถให้ประหยัดน้ำมันนั้น จริงๆไม่มีเทคนิคอะไรมาก แค่พยายามรักษาความเร็วให้อยู่ที่ระดับ 75-90 กม./ชม. ลงเขาก็อาจจะขับประมาณ 90 ถ้าขับอย่างนี้ได้ในชีวิตประจำวัน ผมว่าดีเซลก็ใช้ได้แล้ว ไม่ต้องติดแก๊ส ไม่ต้องทำอะไรแล้ว ซึ่งทุกวันนี้ผมว่าคนไทยเริ่มปรับตัว ตระหนักดีว่าน้ำมันแพง ต้องพยายามใช้น้ำมัน 1 ลิตรอย่างรู้คุณค่า

คุณนพรัตน์ ปิยะวัฒน์
รถอีซูซุดีแมคซ์ ไฮแลนเดอร์ 4 ประตู 3000 ดีดีไอ วีจีเอส เทอร์โบ เกียร์ออโตเมติก
การขับในทริปนี้ไม่มีเทคนิคพิเศษอะไรเลย เพียงแต่ว่าให้ขับด้วยความระมัดระวังมีสติ เหมือนกับการใช้รถในชีวิตประจำวันแค่นั้น วางแผน และมองให้ไกลๆ และไม่ใช้ความเร็วสูงนัก ซึ่งถ้าคนใจร้อนเอาไปใช้จะประหยัดน้ำมันได้เยอะ สำหรับรถรุ่นนี้ผมขับครั้งแรกแล้วติดใจ กลับบ้านคิดว่าจะไปขายคันเก่า มาซื้อรุ่นนี้แทน อยากฝากไปถึงคนไทยว่า ช่วงนี้ต้องประหยัดน้ำมันกันให้มาก ถ้าคิดจะเดินทางก็ควรตรวจสอบให้รถอยู่ในสภาพที่สมบูรณ์ที่สุด วางแผนการเดินทางสักนิดช่วยได้เยอะครับ

คุณระพีพัฒน์ ปัญญาดี
รถอีซูซุดีแมคซ์ ไฮแลนเดอร์ 2 ประตู 2500 ดีดีไอ เกียร์ธรรมดา
ผมเคยร่วมกิจกรรมแข่งรถประหยัดอัจฉริยะกับอีซูซุ แต่เคยทำหน้าที่เป็นผู้นำทาง ไม่เคยขับ เลยอยากพิสูจน์ตัวเอง และสมรรถนะของรถว่า ถ้าเราตั้งใจใช้วิธีขับประหยัดน้ำมันจริงๆ แล้ว จะประหยัดน้ำมันได้เท่าไหร่ เมื่อน้ำมันไม่ถึง 1 ถังเดินทางมาถึงปีนังได้ ถือว่าประหยัดมากๆ เลยครับ ยิ่งช่วงนี้น้ำมันแพง ผมว่าวิธีการขับประหยัดน้ำมันแบบนี้ช่วยผมลดค่าใช้จ่ายต่อเดือนได้เยอะ คู่มือขับรถประหยัดน้ำมันของอีซูซุ จึงกลายเป็นคู่มือประจำรถที่ถ้าทำได้ทุกข้อ ผมว่าประหยัดค่าใช้จ่ายได้แน่นอน

คุณเอกสิทธิ์ เปรมประยูรวงศา
รถอีซูซุดีแมคซ์ โรดีโอ แอลเอส 3000 ดีดีไอ เกียร์ธรรมดา
ปกติผมก็ใช้รถรุ่นนี้อยู่แล้ว ก็เลยขับมาสบายๆ รักษาความเร็วไว้ที่ระดับ 80-90 กม./ชม. เพราะระดับนี้เท่าที่เคยใช้ก็ประหยัดน้ำมันดี ที่สำคัญอย่าเร่งเครื่องมากเกินไป ยุคน้ำมันแพง นอกจากจะขับตามกฎจราจร วิ่งอย่าเกิน 90 กม./ชม. จะคุ้มมากครับ

คุณจิราภรณ์ วงศ์รจิต
ผู้หญิงหนึ่งเดียวที่ขับรถอีซูซุดีแมคซ์ สเปซแค็บ 3000 ดีดีไอ เกียร์ธรรมดา
เพิ่งเคยขับรถร่วมในขบวนคาราวานประหยัดน้ำมันเป็นครั้งแรก เพราะอยากทดสอบให้เห็นว่า ผู้หญิงก็สามารถใช้วิธีการขับประหยัดน้ำมันได้ ความเป็นผู้หญิงไม่เป็นปัญหาเลยเพราะเราขับสบายๆ ไม่รีบเร่งมาก ยิ่งใช้รถอีซูซุด้วยแล้ว ยังไงก็มั่นใจค่ะว่าไปถึงปีนังแน่นอน สำหรับเทคนิคการขับรถประหยัดน้ำมันนั้น เราต้องปรับที่ตัวเองก่อน เช่น ก่อนออกเดินทางก็ต้องเผื่อเวลาไว้ จะได้ไม่เร่งรีบมาก และพยายามใช้ความเร็วให้คงที่ด้วยค่ะ

คุณปรีชา บุญเรือง
รถอีซูซุดีแมคซ์ สเปซแค็บ 2500 ดีดีไอ เกียร์ธรรมดา
พอได้ลองขับก็มั่นใจว่าถึงแน่นอน เพราะนอกจากสมรรถนะของรถจะเยี่ยมแล้ว อีกส่วนที่ช่วยให้สำเร็จ คือ ความตั้งใจของตัวเองที่จะขับให้ประหยัดน้ำมัน ดังนั้นถึงต้องฝ่าฟันสภาพการจราจรจริง เจอติดไฟแดงก็ต้องติด เจอรถเสียจอดขวางก็ต้องถอย พยายามออกตัวไม่รีบร้อน ขึ้นสะพานก็ไม่รีบเร่ง รักษาความเร็วให้คงที่ คุมรอบเครื่องให้อยู่ในช่วงที่ประหยัดสุดๆ บอกตัวเองว่าเราต้องทำให้ได้ แถมมาถึงแล้วน้ำมันยังเหลือด้วยครับ

คุณรณกร สุจจิตรจูล
รถอีซูซุดีแมคซ์ สปาร์ค 2500 ดีดีไอ เกียร์ธรรมดา
ดีใจที่ได้มาถึงปีนัง โดยที่น้ำมันไม่หมดถังด้วย ทั้งๆ ที่ผมก็ขับในแบบที่ใช้ในชีวิตประจำวันปกติ เส้นทางอาจจะมีขรุขระบ้าง จราจรติดขัดบ้าง แต่ถ้าเรารู้จักรักษารอบเครื่องยนต์ให้สม่ำเสมอ พยายามไม่ให้เกิน 1800 รอบ ก็ช่วยให้ประหยัดน้ำมันได้แล้วครับ ยิ่งถ้าเป็นเครื่องยนต์คอมมอนเรล สุดยอดประหยัดน้ำมันอยู่แล้วครับ ผมใช้อีซูซุมาตลอด ซื้อมากี่คันๆ ก็อีซูซุ คุ้มค่ามากครับ
ในวันรุ่งขึ้น สมาชิกขบวน คาราวานท่องเที่ยวพิเศษ อีซูซุ ซูเปอร์คอมมอนเรล กรุงเทพฯ - ปีนัง น้ำมันถังเดียว...ก็เที่ยวได้ และครอบครัวได้ร่วมฉลองด้วยการท่องเที่ยวเมืองปีนัง เพื่อเยี่ยมชมสถานที่ท่องเที่ยวสำคัญๆ และลิ้มลองอาหารอร่อยขึ้นชื่อของเมืองปีนังอีกด้วย ในวันถัดมาขบวนคาราวานจึงออกเดินทางโดยนำรถขึ้นเรือเฟอร์รี่ข้ามฟาก แล้วเดินทางผ่านด่านสะเดากลับสู่เมืองไทยโดย สวัสดิภาพ
ผลการวัดอัตราการประหยัดน้ำมัน

|