ระบบเบรกช่วยแบบรีทาร์เดอร์

ปัจจุบันรถบรรทุกจะมีสมรรถนะทั้งความสามารถในการบรรทุก ให้กำลังฉุดลากที่สูง และความสามารถในการทำความเร็วและอัตราเร่งที่ดีเมื่อเทียบกับรถยนต์บรรทุกรุ่นเก่าที่ให้ทั้งแรงม้าและแรงบิดที่ต่ำกว่า แต่เมื่อตัวรถมีสมรรถนะมากขึ้น การควบคุมตัวรถให้ขับเคลื่อนไปตามทิศทางที่ต้องการและที่สำคัญ คือ การเบรก หรือการลด ความเร็วของรถยนต์ที่มีความเร็วและน้ำหนักบรรทุกที่มากจึงมีความสำคัญเป็นอย่างมากที่จะควบคุมตัวรถให้หยุดได้ตามความต้องการ

ในรถยนต์อีซูซุนั้นนอกจากจะมีระบบเบรกหลักแล้ว ยังมีระบบเบรกช่วยที่จะเข้ามาเสริมประสิทธิภาพการเบรกและ การหยุดรถ โดยเฉพาะการเบรกในสภาพการจราจรที่คับคั่งและการเบรกในขณะที่ใช้ความเร็วสูงหรือลงทางลาดชันช่วยเพิ่มความปลอดภัย ซึ่งจะมีระบบเบรกช่วยแบบเบรก ไอเสีย (Exhaust Brake) และระบบเบรกช่วยแบบรีทาร์เดอร์ (Isuzu Engine Retarder) ซึ่งอยู่ในรถยนต์บรรทุกอีซูซุรุ่น GXZ 345 และ FXZ 345 ที่นอกจากจะช่วยเบรกแล้วระบบยังช่วยลดการทำงานของเครื่องยนต์ขณะระบบเบรกช่วยทำงาน ทำให้ลดการสิ้นเปลืองน้ำมันเชื้อเพลิงและลดมลพิษในขณะที่ระบบเบรกช่วยแบบรีทาร์เดอร์ทำงานด้วย

หลักการทำงานของระบบเบรกช่วยแบบรีทาร์เดอร์ (Isuzu Engine Retarder)

เมื่อระบบทำงาน ขณะที่ลูกสูบเคลื่อนที่ขึ้นในจังหวะอัด วาล์วไอเสียจะเปิดให้อากาศออก (ปกติวาล์วไอดีและวาล์วไอเสียจะปิด) และเมื่อลูกสูบเคลื่อนที่ลง วาล์วไอดีและวาล์วไอเสียจะปิด (วาล์ว EGR จะปิดเพื่อช่วยควบคุมความดัน)

ทำให้ลูกสูบไม่สามารถดูดอากาศจากภายนอกได้จนเกิดสุญญากาศภายในกระบอกสูบเป็นผลทำให้ลูกสูบเกิดความหนืด ส่งผลให้รอบเครื่องยนต์ลดลง ทำให้เกิดแรงเบรก (Engine Brake) ช่วยลดความเร็วรถยนต์อย่างมีประสิทธิภาพในขณะเดียวกัน หัวฉีดจะหยุดการฉีดน้ำมันเชื้อเพลิงชั่วขณะเมื่อระบบทำงาน เป็นผลทำให้ไม่เกิดการสูญเปล่าของเชื้อเพลิง

และช่วยลดการปล่อยแก๊สไอเสีย โดยมีเงื่อนไขการทำงานดังนี้

1. สวิตช์ของระบบเบรกช่วยแบบรีทาร์เดอร์ (Isuzu Engine Retarder) จะต้องอยู่ในตำแหน่งเปิด (ON)
2. คันเร่ง (APP) จะต้องอยู่ในตำแหน่ง 0% (ไม่มีการเหยียบ คันเร่ง)
3. คันเหยียบคลัตช์ จะต้องอยู่ในตำแหน่ง 0% (ไม่มีการเหยียบ คลัตช์)
4. คันเกียร์ต้องอยู่ในตำแหน่งการเข้าเกียร์ (ไม่ใช่ตำแหน่งเกียร์ ว่าง)
5. ความเร็วรถยนต์ จะต้องมีความเร็วมากกว่า 2.5 กม./ชม. ขึ้นไป
6. รอบเครื่องยนต์ จะต้องไม่ต่ำกว่า 650 รอบ/นาที
7. อุณหภูมิเครื่องยนต์ จะต้องเท่ากับ 60°C หรือมากกว่าขึ้นไป
8. แรงดันน้ำมันเครื่องยนต์จะต้องอยู่ที่ 100-600 KPa (ถ้าแรงดันน้ำมันสูงกว่าระบบจะตัดการทำงาน) แรงดันในท่อทางเดินน้ำมันหลัก (Oil Gallery Presser) จะอยู่ที่ 490 KPa (5.0 kg/cm2-71 psi)

ด้วยเงื่อนไขการทำงานที่มีอยู่จะเห็นว่าถึงแม้เราจะเปิดระบบเบรกช่วยแบบรีทาร์เดอร์ (Isuzu Engine Retarder) แต่ถ้าสภาวะการใช้งานไม่เหมาะสม การทำงานของระบบก็จะไม่ทำงาน เพื่อป้องกันไม่ให้การทำงานของระบบไปรบกวนการใช้งานของตัวรถยนต์ ตัวอย่างเช่น

รอบเครื่องยนต์จะต้องไม่ต่ำกว่า 650 รอบ/นาที หรือ ความเร็วรถจะต้องมากกว่า 2.5 กม./ชม. เพราะด้วยความเร็วรอบเครื่องยนต์และความเร็วรถที่ต่ำอยู่แล้ว ระบบเบรกช่วยจึงไม่มีความจำเป็นในการใช้งาน เพราะฉะนั้นระบบจะไม่สั่งการทำงานถึงแม้ผู้ขับรถจะเปิดสวิตช์การทำงานของระบบอยู่

จะเห็นว่า ระบบเบรกช่วยแบบรีทาร์เดอร์ (Isuzu Engine Retarder) ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการเบรก เพื่อความปลอดภัย ประหยัดน้ำมันและช่วยลดมลพิษอีกทางหนึ่งด้วย เพราะเรา “อีซูซุ” ห่วงใยและใส่ใจในคุณภาพของสังคมและสิ่งแวดล้อมเสมอมา

ที่มา: วารสารอีซูซุทรัคทูเดย์ ฉบับ 04/60

กลับหน้าเรื่องน่ารู้อีซูซุ